ยิ่งกินน้อยน้ำหนักก็ยิ่งลดจริงๆ หรือ???


บทความนี้อาจถือได้ว่าเป็นก้าวแรกของผู้ที่เริ่มหันมาลดน้ำหนักต้องเจอ
เพราะใครๆ ก็คงจะคิดเพียง สาเหตุที่เราอ้วนมาจาก “อาหารที่เรากินเข้าไป” ก็ถูกนะคะ แต่ไม่หมดค่ะ
ที่จริงแล้วที่เราอ้วนมาจาก “เราทานอาหารมากเกินความจำเป็น” ต่างหาก ……………….

สำหรับผู้ที่ไปโฟกัสแค่เพียงว่าวันๆ หนึ่งต้องกินน้อยๆ เพื่อให้ร่างกายดึงเอาของเก่า (ไขมัน) มาใช้ คุณรู้หรือเปล่าว่าร่างกายมันไม่อนุญาตให้ดึงมาใช้ง่ายๆ แบบนั้นหรอก ถ้าเป็นงั้นจริงก็คงจะไม่มีกระทู้ในเว็บไซต์ต่างๆที่หัวข้อว่า “ช่วยด้วย ทานน้อยแบบนี้มาหลายวัน แต่ทำไมไม่ลด” “ใครเป็นโยโย่บ้าง ทำไงดี” หรือ “ไม่ไหวแล้ว ขนาดกินน้อยแต่ทำไมน้ำหนักไม่ลด”

clear-yo-yo-effect-01

มาลองว่าดูกันซิว่า ทำไมยิ่งกินน้อยแล้วลดน้ำถึงยังไม่ลด?

– ยิ่งกินน้อยเท่าไร ระบบเผาผลาญ (Metabolism) ในร่างกายก็จะยิ่งตกเท่านั้น หากเป็นเช่นนั้นต่อไปเรื่อยๆ ร่างกายจะเข้าสู่โหมด (Survival mode) เพื่อความอยู่รอด นั้นคือสภาวะที่ร่างกายเริ่มปฏิเสธการเบิร์นไขมันและยิ่งเก็บสะสมไขมันมากกว่าเดิมเสียด้วย เพราะร่างกายได้รับสารอาหารต่อวันไม่เพียงพอในแต่ละวัน เมื่อร่างกายเครียดก็ยิ่งส่งผลให้คลั่ง Cortisol ออกมามากขึ้น จึงเป็นอุปสรรคต่อการลดน้ำหนักในระยะยาว หากโชคร้ายก็จะเกิด Yo-yo effect ตามมาในอนาคตได้

– ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเผาผลาญของร่างกายก่อน ว่าการเผาผลาญพลังงานต่างๆ ในร่างกาย คือการสร้างพลังงาน “ความร้อน” โดยพลังงานส่วนใหญ่ที่เราเผาผลาญมาจากการหายใจ (ถ้าไม่หายใจนี้แย่เลย) การทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ การนอนหลับ รวมถึงการรับประทานอาหาร ส่วนการเผาผลาญที่เหลืออีกเพียงประมาณ 15-30% มาจากการการเคลื่อนไหวของร่างกาย นั้นคือการทำกิจกรรมต่างๆ และการออกกำลังกายนั้นเอง

– ลองมาโฟกัสเรื่องอาหารกันดีกว่า 60% ที่ร่างกายต้องการคือคาร์บ เพราะถ้าร่างกายขาดพลังงานตรงนี้ไป ก็จะทำให้มีความเครียดสะสม มันจะเหมือนการสับรางรถไฟ คือแทนที่จะดึงไขมันเป็นพลังงานแรกๆ แต่มันกลับไปสลายกล้ามเนื้อเอามาเป็นพลังงานแทน (สำหรับรายละเอียดเรื่องคาร์บตามอ่านกระทู้ที่แล้วได้ค่ะ) ฉะนั้นต้องให้มั่นใจว่าร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะคาร์บ ไขมัน และโปรตีนตามลำดับ ง่ายๆ คือการลดไขมันในร่างกายควรโฟกัสว่ากินอย่างไรเพื่อให้กล้ามเนื้อเติบโต มากกว่ากินอย่างไรเพื่อทำให้ผอม

– ยิ่งกินน้อย โยโย่เอฟเฟ็คก็จะตามมา โยโย่ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่ามันคือภาวะที่น้ำหนักดีดกลับขึ้นมา น้อยหรือมากขึ้นกับแต่ละบุคคลนะ และสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะนี้ คือ ระบบการเผาผลาญตก ตัวอย่างเช่น ก่อนกินน้อย ระบบการเผาผลาญในร่างกายคุณอยู่ที่ 1,500 cals ต่อวัน แต่เมื่อคุณกินน้อยติดต่อกันหลายๆ วัน แค่วันละ 500 cals แต่จริงๆ คุณต้องการราวๆ 1,500 cals ก็จะส่งผลทำให้ระบบต่างๆ คุณมีประสิทธิภาพเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ จนคุณเองก็อาจไม่รู้ตัว จากที่เคยเผาผลาญได้วันละ 1,500 cals ตอนนี้อาจเหลือเพียง 800-1,000 cals เท่านั้น คราวนี้ก็ดีใจแล้วละซิว่า ผอมมมมมมแล้วใช่ไหม แต่….หยุดก่อน พอผอมได้ที่แล้วคุณก็กลับมากินเหมือนเดิมอะซิ หลับจากงั้นเป็นไงอ่ะ ระบบเผาผลาญก็ไม่ได้อัลเลิทขึ้นแต่อย่างใด สุดท้ายจากที่คุณเคยกิน 500 cals พอคุณลองกิน 1,500 cals ตรงนี้แหละที่เรียกว่า Yo-yo effect ค่ะ สังเกตไหมว่า ระบบการเผาผลาญร่างกายคุณคือ 800-1,000 cals ในขณะเดียวกัน คุณทานไป 1,500 cals ต่อวัน มันไม่สมดุลกับร่างกาย ผลสุดท้ายเมื่อปริมาณที่ทานมากกว่าปริมาณที่เผาผลาญ ก็อ้วนนนนนนนน ที่เราได้ยินกันก็คืออ้วนมากกกว่าตอนยังกินเยอะๆ อีก

ปล. ยิ่งทานยิ่งรูปร่างดีค่ะ เพลงยืนยันเองเลย
สำหรับผู้เริ่มต้นพยายามแค่ไปโฟกัสที่ตัวเลขพลังงานมากเกินไป ควรโฟกัสที่สัดส่วนของอาหารจะโอเคกว่า
ถ้ามีใครแนะนำให้คุณกินวันละน้อยๆๆ ให้บอกเขาไปเลยว่า “SHUT UP BITCH!” 😉

ขอฝากไว้ว่าไม่ว่าจะลดน้ำหนักด้วยสูตรไหน/วิธีใด สารอาหารสำคัญมากค่ะ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนนะคะ

ที่มา : http://www.sharecare.com
รูปภาพ : www.coffeygrind.com
www.paleoworks.co.uk

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ คลิกอ่านเรื่องอื่นจากนักเขียนคนนี้