ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าเราตั้งใจ!!


“หนูเริ่มลดน้ำหนักเพราะต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง การที่เรามีรูปร่างใหญ่มันทำให้เราไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง และหนูต้องการให้ใครคนหนึ่งเห็นว่า เราก็สามารถทำอะไรที่เราตั้งใจได้ และท่องไว้เสมอว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” 🙂

ปฏิบัติการลดน้ำหนักจึงเริ่มต้น!

เริ่มจากหนูลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลงจากเคยกินข้าวในแต่ละมื้อจานใหญ่ๆ ก็ลดลงมาเหลือครึ่งหนึ่งในแต่ละวันจะกินครบ 3 มื้อ คือ

ตอนเช้า 7.30 น., ตอนเที่ยง 12.00 น., และก่อนเย็น 15.30 น.
แต่มื้อก่อนเย็นจะไม่กินพวกแป้งเข้าไป จะเป็นพวกผักต้ม+น้ำพริก
และ 6 โมงเย็นจะไปออกกำลังกาย ตีแบต เต้นแอโรบิก เดิน ทำแบบนี้ 1-2 ชม.

สถานที่ออกกำลังกาย คือ สวนสาธารณะ ที่มีคนออกกำลังกายเยอะๆ บรรยากาศทำให้เรามีกำลังใจในการออกกำลังกายเพราะคนรอบข้าง เขาก็ออกกำลังกายกัน ถ้าวันไหนไม่ได้ไปสวนสุขภาพ ก็จะทำ Squat 10 set, set ละ 10 ครั้ง ที่บ้าน หรือกระโดดเชือกทำอะไรก็ได้ที่ต้องใช้พลังงาน ให้ร่างกายได้ใช้พลังงาน บางครั้งก็ปั่นจักรยานไปตลาดซื้อกับข้าว เข้าครัวทำกับข้าวให้ที่บ้าน

และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ การชั่งน้ำหนักวัดผลจากการกระทำคือหนูจะชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้ง ดูว่าน้ำหนักเราลดหรือเพิ่มขึ้น ถ้าลดก็จะมีกำลังใจในการลดต่อ ถ้าเพิ่มก็จะคิดว่าไม่ได้ละ ฉันต้องพยายามขึ้น ใช้จิตวิทยาสุดๆ

วิธีนี้อาจจะลดได้ช้า กว่าจะเห็นผลบางครั้งก็แอบท้อ แต่ก็อดทนสู้ต่อไปจนผ่านมา 1 ปีกว่า เริ่มเห็นว่า เอ่ยยยยย.. เสื้อหลวม กางเกงหลวมมมมม! ทำไมมันหลวมไปหมด และเริ่มมีคนทักว่า ไปทำอะไรมาผอมลง หูยยยยย พอได้ยินแบบนี้แล้วมีกำลังใจ มีแรงผลักดันในการลดต่อ

จากน้ำหนัก 85 ก.ก. ปัจจุบันลดเหลือ 65 ก.ก. ค่ะ

เรื่องของหนูก็มีแค่นี้นะคะ ทุกอย่างเราสามารถเปลี่ยนได้ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเราจะทำมันไหม และหนูเชื่อว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” ดังนั้น ถ้าเราอ้วนเราก็ผอมได้ แต่ต้องใช้เวลา เพราะกว่าเราจะอ้วนได้มันก็ใช้เวลาเหมือนกันค่ะ”

ขอบคุณประสบการณ์ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง จากน้องบูมมากๆ นะคะ 🙂

facebook : Jutamas Nanta

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ คลิกอ่านเรื่องอื่นจากนักเขียนคนนี้